อิลิท เฮลท์ พลัส(Elite Health Plus)

ความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์ พลัส (Elite Health Plus) ดียังไง ทำไมต้องซื้อ?
ความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์ พลัส (Elite Health Plus) เป็นประกันสุขภาพเหมาจ่ายวงเงินความคุ้มครองสูงที่จะช่วยดูแลความต้องการสุขภาพแบบครบวงจรด้วยวงเงินความคุ้มครองสูง ถึง 20-100 ล้านบาทต่อปี ครอบคลุมโรคทั่วไป โรคร้ายทุกระยะ และโรคระบาด คุ้มครองการรักษาโรคมะเร็งด้วยการรักษาวิธีการเคมีบำบัด การฉายรังสี รวมถึงรักษาแบบ Targeted Therapy ถ้านอนห้องเดี่ยวมาตรฐานและห้อง ICU 365 วัน ก็จ่ายตามจริง หรือถ้านอนห้องเดี่ยวพิเศษก็คุ้มครอง 10,000-25,000 บาทต่อวัน และยังสามารถเลือกพื้นที่ความคุ้มครองได้หากต้องการไปรักษายังต่างประเทศ ให้คุณหมดกังวลกับค่ารักษาพยาบาล ด้วยเบี้ยประกันภัยที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับความคุ้มครองที่ได้รับ สมัครได้ตั้งแต่อายุ 11 ปี-90 ปี คุ้มครองยาว ๆ ถึงอายุ 99 ปี ให้คุณอุ่นใจ คลายกังวลเมื่อโรคภัยถามหายามแก่ตัว
ความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์ พลัส (Elite Health Plus) เหมาะกับใคร?
หากคุณอยากมีความคุ้มครองสุขภาพที่คุ้มครองสูงครอบคลุม กรมธรรม์เดียวเอาอยู่ อีลิท เฮลท์ พลัส (Elite Health Plus) ตอบโจทย์คุณได้แน่นอน เพราะอีลิท เฮลท์ พลัส (Elite Health Plus) เป็นประกันสุขภาพที่มีความคุ้มครองสูง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความสบายใจสูง ๆ เรื่องค่ารักษา สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามข้อมูลได้จากตัวแทนของบริษัทฯ ..... ตลอด 24 ชั่วโม
สนใจความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์ พลัส (Elite Health Plus) อยากรู้ว่าคุ้มครองอะไรบ้าง?
ความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์ พลัส (Elite Health Plus) ดูแลความต้องการด้านสุขภาพ คุ้มครองค่าห้อง 10,000-25,000 บาทต่อวัน หรือกรณีรักษาในห้องเดี่ยวมาตรฐานและห้อง ICU ก็คุ้มครองแบบเหมาจ่ายตามจริง คุ้มครองผู้ป่วยใน, คุ้มครองแบบฉุกเฉิน, คุ้มครองผู้ป่วยนอก(*) และการรักษามะเร็งแบบ Targeted Therapy ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมบริการเสริมพิเศษอย่าง MTL Global Doctors และ MTL Global Connect ให้คุณอุ่นใจยามเกิดเหตุไม่คาดฝันก็มีผู้ช่วยคอยอยู่เคียงข้าง
ห้องเดี่ยวมาตรฐาน หมายถึงห้องประเภทไหน ?
ค่าห้องเดี่ยวมาตรฐาน หมายถึง ค่าห้องพักเดี่ยวราคาเริ่มต้นของโรงพยาบาล ใช้สำหรับการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาลในประเทศไทยเท่านั้น
ความคุ้มครองค่าห้องของ อีลิท เฮลท์ พลัส (Elite Health Plus) คุ้มครองอย่างไร
กรณีลูกค้าเข้ารับรักษาโรงพยาบาลในประเทศไทย
- หากนอนห้องเดี่ยวมาตรฐาน คุ้มครองแบบจ่ายตามจริง
- หากนอนห้องที่ไม่ใช่ห้องเดี่ยวมาตรฐาน(ห้องเดี่ยวพิเศษ) คุ้มครอง 10,000-25,000 บาทต่อวัน ตามแผนที่เลือก หรือคุ้มครองไม่เกินค่าห้องพักเดี่ยวมาตรฐานแล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า
กรณีลูกค้าเข้ารับรักษาโรงพยาบาลในต่างประเทศ
- คุ้มครอง 10,000-25,000 บาทต่อวัน ตามแผนและพื้นที่ความคุ้มครองที่เลือก
ทั้งนี้ผลประโยชน์ ค่าห้องและค่าอาหาร ค่าบริการในโรงพยาบาล รวมผลประโยชน์ค่าห้องผู้ป่วยวิกฤต(ICU) แล้วสูงสุดไม่เกิน 365 วัน
การรักษามะเร็งแบบ Targeted Therapy คืออะไร?
โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนไทยและทั่วโลก แต่เมื่อไม่กี่ปีมานี้ วงการแพทย์ได้ค้นพบวิธีรักษาโรคมะเร็ง แทนวิธีการเคมีบำบัด การฉายรังสี ซึ่งก็คือการรักษาแบบ Targeted Therapy ซึ่งเป็นวิธีการรักษาโรคมะเร็งแบบออกฤทธิ์จำเพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็ง โดยให้ยาหรือสารไปยับยั้งกระบวนการส่งสัญญาณระดับเซลล์ ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเจริญเติบโตและแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง ทำให้เกิดผลข้างเคียงน้อย รวมทั้งสามารถใช้ได้ในผู้สูงอายุที่ไม่แข็งแรงพอจะรับยาเคมีบำบัดได้ โดยมีอัตราตอบสนองต่อการรักษาสูงถึง 80%

เมื่อสมัครความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์ พลัส (Elite Health Plus) แล้วจะได้รับความคุ้มครองเลยหรือไม่?

มีระยะเวลารอคอยหลังจากวันที่เริ่มทำสัญญาไปแล้ว 30 วัน จึงจะมีผลคุ้มครอง

ยกเว้น อาการเจ็บป่วย คือ เนื้องอก ถุงน้ำ หรือมะเร็งทุกชนิด ริดสีดวงทวาร ไส้เลื่อนทุกชนิด ต้อเนื้อ หรือต้อกระจก การตัดทอนซิล หรืออดีนอยด์ นิ่วทุกชนิด เส้นเลือดขอดที่ขา เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ที่จะต้องรอ 120 หลังจากวันเริ่มมีผลคุ้มครองหรือวันต่ออายุสัญญาเพิ่มเติม (Reinstatement)

ตามเงื่อนไขในสัญญา ทั้งนี้หากเลือกซื้อความคุ้มครองการคลอดบุตร พลัส หรือ สุขภาพดี พลัส เพิ่มเติม การคลอดบุตรในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลเวชกรรม แม้ในกรณีเกิดภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์และหลังคลอดบุตร ที่จะต้องรอ 280 วัน การถ่างขยายปากมดลูกและการขูดมดลูก รวมทั้งกรณีแท้งบุตรในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลเวชกรรม ที่จะต้องรอ 90 วัน ค่าฉีดวัคซีน ค่ารักษาทางทันตกรรม ค่ารักษาทางสายตา ที่จะต้องรอ 30 วัน การตรวจสุขภาพประจำปี ที่จะต้องรอ1 ปี หลังจากวันเริ่มมีผลคุ้มครองตามบันทึกสลักหลังนี้

ประกันสุขภาพ

ประกันชีวิตและประกันสุขภาพซื้อแบบไหนดี ?

เราสามารถแบ่งประกันชีวิตและสุขภาพออกเป็น 2 แบบด้วยกัน คือ

1.ประกันชีวิตและสุขภาพแบบทั่วไป

มีข้อสังเกตง่ายๆ อยู่ที่การแยกค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามตารางความคุ้มครองที่กำหนด เบี้ยประกันสุขภาพถูกกว่า เหมาะกับคนที่มีงบจำกัด ถ้ามีค่าห้อง ค่าแพทย์ ค่าผ่าตัด หรือค่ารักษาพยาบาลอื่นๆ เกินจากความคุ้มครอง เราต้องจ่ายส่วนต่างนั้นด้วยตัวเอง

2.ประกันชีวิตและสุขภาพแบบเหมาจ่าย

ซึ่งค่ารักษาพยาบาลต่างๆ จะถูกคิดรวมมาให้ อยู่ในวงเงินตามแผนประกันที่เราเลือกทำ ไม่แยกเป็นครั้ง ในหนึ่งปีจะรักษากี่ครั้งก็ได้ แต่ต้องไม่เกินวงเงิน และเงื่อนไขที่ทางบริษัทฯ กำหนด

ทั้งนี้ การจะเลือกประกันชีวิตและสุขภาพให้ตอบโจทย์ความต้องการนั้น ผู้ซื้อสามารถพิจารณาองค์ประกอบอื่นๆ ทั้งผลประโยชน์ที่จะได้รับ โรคที่รับประกัน หรือการดูแลที่เฉพาะเจาะจงโรคควบคู่ไปด้วย ก็จะทำให้ได้รับความคุ้มครองที่ตรงใจเช่นกัน

ใครควรซื้อประกันชีวิตและประกันสุขภาพ ?

ทุกกคนที่ต้องการความคุ้มครองด้านสุขภาพ เพระกันสุขภาพเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ ลดความเสี่ยงจากค่ารักษาพยาบาล และปกป้องเงินเก็บจากค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ

เหมาะกับ:

  • คนวัยทำงาน เพราะรายได้คือสิ่งสำคัญ หากเจ็บป่วยอาจกระทบทั้งงานและแผนการเงิน
  • ผู้ที่ต้องการรักษาเงินเก็บ เพราะค่ารักษาพยาบาลในปัจจุบันอาจมีค่าใช้จ่ายสูง ประกันสุขภาพช่วยเตรียมความพร้อมเมื่อต้องเข้ารับการรักษา
  • เจ้าของธุรกิจ อาชีพอิสระ หรือผู้ที่ไม่มีสวัสดิการเพียงพอ เพื่อสร้างหลักประกันด้านสุขภาพให้ตัวเอง
  • ผู้ที่มีครอบครัว เพราะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเมื่อคนในครอบครัวเกิดการเจ็บป่วย

ทุกกคนสามารถซื้อประกันชีวิตและสุขภาพได้ โดยไม่ขัดกับข้อกำหนด หรือเงื่อนไขที่ทางบริษัทฯ กำหนด ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลและรายละเอีดเพิ่มเติมได้จากตัวแทนของบริษัทฯ  ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

อยากทำประกันสุขภาพแบบครอบคลุมทุกโรค ตัวไหนดี

โดยปกติประกันสุขภาพจะครอบคลุมการรักษาเกือบทุกโรคอยู่ ยกเว้นโรคที่เป็นมาก่อนการทำประกัน หรือโรคร้ายแรงซึ่งต้องทำเพิ่มเติม

ขอแนะนำเป็นประกันสุขภาพ อิลิท เฮลท์ พลัส สมัครได้ถึงอายุ 11 ปี - 90 ปี และคุ้มครองต่อเนื่องถึงอายุ 99 ปี 
ตอบโจทย์ทุกความต้องการอย่างครอบคลุม สูงสุด 20 – 100 ล้านบาทต่อปี

>> คุ้มครองโรคระบาด โรคร้ายแรง โรคทั่วไป และอุบัติเหตุ
>> คุ้มครองค่ารักษากรณีผู้ป่วยใน IPD     
      - ห้องเดี่ยวมาตรฐานได้ทุกโรงพยาบาล หรือค่าห้องเดี่ยวพิเศษ 10,000 - 25,000 บาทต่อวัน
      - ห้องผู้ป่วยหนัก (I.C.U) เหมาจ่ายตามจริง รวมสูงสุด 365 วัน
>> คุ้มครองค่ารักษากรณีผู้ป่วยนอก OPD
      - เข้าถึงเทคโนโลยีการรักษา การรักษามะเร็งแบบออกฤทธิ์จำเพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็ง (Targeted Therapy) เคมีบำบัดการวินิจฉัยโรคแบบ MRI และ CT Scan
      - เหมาจ่ายรายปี คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลกรณีผู้ป่วยนอก ตามแผนที่เลือก
>> เลือกประเทศที่ต้องการรักษาได้ จาก 4 พื้นที่ทั่วโลก

ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายกับแบบแยกค่าใช้จ่ายต่างกันยังไง แบบไหนดีกว่ากัน เบี้ยต่างกันมั๊ย
2 แบบนี้มีจุดเด่นที่ไม่เหมือนกัน
  • หากเลือกประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย ก็จะเข้าใจง่าย และครอบคลุมค่ารักษาแบบเหมารวมทุกรายการ เพียงแค่จำว่าวงเงินคุ้มครองทั้งหมดคือเท่าไหร่ และใช้ไม่เกินวงเงินคุ้มครอง ซึ่งค่าเบี้ยประกันแบบนี้จะแพงกว่าแบบแยกค่าใช้จ่าย
  • หากเลือกแบบแยกค่าใช้จ่าย หากคุณมีงบไม่มากนักและมีสวัสดิการหรือประกันสุขภาพบางตัวอยู่แล้ว อาจเลือกแบบแยกค่าใช้จ่ายแทนเพราะค่าเบี้ยจะถูกกว่า แต่ความคุ้มครองจะแยกวงเงินค่าใช้จ่ายตามรายการการรักษา เช่น ค่าแพทย์ตรวจรักษาประจำวัน ค่าแพทย์ผ่าตัด ค่าแพทย์วิสัญญี ค่าห้องผ่าตัด เป็นต้น ซึ่งอาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม กรณีที่ไม่ตรงกับที่ประกันระบุ
สนใจทำประกันให้แฟน แต่แฟนเคยเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้น กินยากับกายภาพหายมานานแล้ว ทำประกันสุขภาพจะคุ้มครองโรคนี้ด้วยไหม
สำหรับผู้ที่มีประวัติการรักษาจนหายแล้ว สามารถลองยื่นเรื่องสมัครประกัน โดยแถลงประวัติการรักษาให้ชัดเจน ซึ่งทางบริษัทฯ อาจขอประวัติการรักษาเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา ทั้งนี้การพิจารณารับประกันเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัท ติดต่อสอบถามตัวแทน
ทำไมประกันสุขภาพต้องซื้อพ่วงกับประกันชีวิต
เนื่องจากบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจการประกันชีวิต ดังนั้นประกันทุกตัวจึงต้องมีประกันชีวิตเป็นตัวหลัก และลูกค้าสามารถซื้อประกันสัญญาเพิ่มเติม เพื่อคุ้มครองในส่วนของสุขภาพที่ต้องการ และยังอุ่นใจกับประกันชีวิตไปพร้อมกัน
มีสวัสดิการบริษัทอยู่แล้ว ต้องซื้อประกันสุขภาพอีกมั๊ย

สวัสดิการบริษัท = สิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากการทำงาน
ประกันสุขภาพส่วนตัว = การวางแผนความคุ้มครองสำหรับอนาคตของตัวเอง

หากสวัสดิการบริษัทมีความคุ้มครองเพียงพอ อาจไม่จำเป็นต้องทำเพิ่ม แต่หากต้องการเพิ่มความมั่นคง ลดความเสี่ยงด้านค่ารักษา หรือเตรียมความพร้อมเมื่อไม่มีสวัสดิการในอนาคต การมีประกันสุขภาพส่วนตัวก็เป็นอีกทางเลือกที่ควรพิจารณา
การวางแผนที่ดี ไม่ใช่การมีความคุ้มครองมากที่สุด แต่คือการมีความคุ้มครองที่เหมาะสมกับชีวิตของคุณ

(อยากได้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมจากสวัสดิการที่มีอยู่แล้ว เรามีประกันสุขภาพที่ช่วย Top up สวัสดิการเดิม เมื่อต้องนอนโรงพยาบาล จะค่าห้อง หรือค่ารักษาพยาบาล ก็เพิ่มได้ ที่สำคัญเบี้ยไม่แพง ตัดสินใจซื้อได้สบายๆ อุ่นใจเมื่อต้องนอนโรงพยาบาลก็เลือกห้องพักที่พอใจได้สบายๆ)

ถ้าเคลมปีนี้ ปีหน้าจะถูกยกเลิกประกันสุขภาพหรือถูกเพิ่มเบี้ยรึป่าว
โดยปกติหากมีการชำระเบี้ยอย่างต่อเนื่องทุกปี ก็จะยังได้รับความคุ้มครองสุขภาพตามเดิม ในส่วนของเบี้ยจะมีการปรับขึ้นเป็นปกติตามช่วงอายุที่ลงท้ายด้วยเลข 1 กับ เลข 6 เช่น อายุ 36 ปี,อายุ 41 ปี เป็นต้น
อายุเท่าไหร่ควรทำประกันสุขภาพ?
สามารถวางแผนได้หลายช่วงวัย โดยควรพิจารณาจากสุขภาพ ภาระ และเป้าหมายทางการเงิน
แนะนำแบบประกัน ดี เฮลท์ ไลต์ ที่สามารถทำได้ตั้งแต่อายุ 30 วัน - 90 ปี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันสุขภาพจำเป็นไหม?
ประกันสุขภาพเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่าย หากเกิดเหตุเจ็บป่วย จะช่วยลดผลกระทบต่อเงินเก็บและแผนการเงิน
ประกันสุขภาพต่างจากประกันโรคร้ายแรงอย่างไร?

ประกันสุขภาพ

  • เน้นจ่ายค่ารักษาพยาบาล
  • ใช้เมื่อเข้ารับการรักษา
  • ลดภาระค่ารักษา

ประกันโรคร้ายแรง

  • เน้นเงินก้อนเมื่อเข้าเงื่อนไขโรค
  • ใช้บริหารค่าใช้จ่ายและรายได้
  • ลดผลกระทบทางการเงินจากโรคร้าย
เลือกประกันสุขภาพแบบไหนดี?

>>ความต้องการของตัวเอง เช่น ต้องการเน้นค่ารักษา ,ต้องการวงเงินสูง,ต้องการความคุ้มครองครอบครัว

>>วงเงินความคุ้มครอง ควรพิจารณาให้เหมาะสมกับ: อายุ รายได้ ความเสี่ยงของอาชีพ รูปแบบชีวิต เป็นต้น
>>เงื่อนไขของกรมธรรม์ ควรศึกษา: ข้อยกเว้น ระยะเวลารอคอย เงื่อนไขการเคลม โรคที่ไม่คุ้มครอง


ก่อนทำประกันสุขภาพควรรู้อะไร?
✓ แจ้งข้อมูลสุขภาพตามความจริง
✓ อ่านรายละเอียดความคุ้มครอง
✓ เข้าใจข้อยกเว้น
✓ เลือกเบี้ยที่สามารถจ่ายได้ต่อเนื่อง
✓ เลือกแผนที่เหมาะกับชีวิต ไม่ใช่เลือกจากราคาถูกที่สุด
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy