เราสามารถแบ่งประกันชีวิตและสุขภาพออกเป็น 2 แบบด้วยกัน คือ
1.ประกันชีวิตและสุขภาพแบบทั่วไป
มีข้อสังเกตง่ายๆ อยู่ที่การแยกค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามตารางความคุ้มครองที่กำหนด เบี้ยประกันสุขภาพถูกกว่า เหมาะกับคนที่มีงบจำกัด ถ้ามีค่าห้อง ค่าแพทย์ ค่าผ่าตัด หรือค่ารักษาพยาบาลอื่นๆ เกินจากความคุ้มครอง เราต้องจ่ายส่วนต่างนั้นด้วยตัวเอง
2.ประกันชีวิตและสุขภาพแบบเหมาจ่าย
ซึ่งค่ารักษาพยาบาลต่างๆ จะถูกคิดรวมมาให้ อยู่ในวงเงินตามแผนประกันที่เราเลือกทำ ไม่แยกเป็นครั้ง ในหนึ่งปีจะรักษากี่ครั้งก็ได้ แต่ต้องไม่เกินวงเงิน และเงื่อนไขที่ทางบริษัทฯ กำหนด
ทั้งนี้ การจะเลือกประกันชีวิตและสุขภาพให้ตอบโจทย์ความต้องการนั้น ผู้ซื้อสามารถพิจารณาองค์ประกอบอื่นๆ ทั้งผลประโยชน์ที่จะได้รับ โรคที่รับประกัน หรือการดูแลที่เฉพาะเจาะจงโรคควบคู่ไปด้วย ก็จะทำให้ได้รับความคุ้มครองที่ตรงใจเช่นกัน
ทุกกคนที่ต้องการความคุ้มครองด้านสุขภาพ เพระกันสุขภาพเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ ลดความเสี่ยงจากค่ารักษาพยาบาล และปกป้องเงินเก็บจากค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ
เหมาะกับ:
ทุกกคนสามารถซื้อประกันชีวิตและสุขภาพได้ โดยไม่ขัดกับข้อกำหนด หรือเงื่อนไขที่ทางบริษัทฯ กำหนด ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลและรายละเอีดเพิ่มเติมได้จากตัวแทนของบริษัทฯ ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
โดยปกติประกันสุขภาพจะครอบคลุมการรักษาเกือบทุกโรคอยู่ ยกเว้นโรคที่เป็นมาก่อนการทำประกัน หรือโรคร้ายแรงซึ่งต้องทำเพิ่มเติม
ขอแนะนำเป็นประกันสุขภาพ อิลิท เฮลท์ พลัส สมัครได้ถึงอายุ 11 ปี - 90 ปี และคุ้มครองต่อเนื่องถึงอายุ 99 ปี
ตอบโจทย์ทุกความต้องการอย่างครอบคลุม สูงสุด 20 – 100 ล้านบาทต่อปี
>> คุ้มครองโรคระบาด โรคร้ายแรง โรคทั่วไป และอุบัติเหตุ
>> คุ้มครองค่ารักษากรณีผู้ป่วยใน IPD
- ห้องเดี่ยวมาตรฐานได้ทุกโรงพยาบาล หรือค่าห้องเดี่ยวพิเศษ 10,000 - 25,000 บาทต่อวัน
- ห้องผู้ป่วยหนัก (I.C.U) เหมาจ่ายตามจริง รวมสูงสุด 365 วัน
>> คุ้มครองค่ารักษากรณีผู้ป่วยนอก OPD
- เข้าถึงเทคโนโลยีการรักษา การรักษามะเร็งแบบออกฤทธิ์จำเพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็ง (Targeted Therapy) เคมีบำบัดการวินิจฉัยโรคแบบ MRI และ CT Scan
- เหมาจ่ายรายปี คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลกรณีผู้ป่วยนอก ตามแผนที่เลือก
>> เลือกประเทศที่ต้องการรักษาได้ จาก 4 พื้นที่ทั่วโลก
สวัสดิการบริษัท = สิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากการทำงาน
ประกันสุขภาพส่วนตัว = การวางแผนความคุ้มครองสำหรับอนาคตของตัวเอง
หากสวัสดิการบริษัทมีความคุ้มครองเพียงพอ อาจไม่จำเป็นต้องทำเพิ่ม แต่หากต้องการเพิ่มความมั่นคง ลดความเสี่ยงด้านค่ารักษา หรือเตรียมความพร้อมเมื่อไม่มีสวัสดิการในอนาคต การมีประกันสุขภาพส่วนตัวก็เป็นอีกทางเลือกที่ควรพิจารณา
การวางแผนที่ดี ไม่ใช่การมีความคุ้มครองมากที่สุด แต่คือการมีความคุ้มครองที่เหมาะสมกับชีวิตของคุณ
(อยากได้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมจากสวัสดิการที่มีอยู่แล้ว เรามีประกันสุขภาพที่ช่วย Top up สวัสดิการเดิม เมื่อต้องนอนโรงพยาบาล จะค่าห้อง หรือค่ารักษาพยาบาล ก็เพิ่มได้ ที่สำคัญเบี้ยไม่แพง ตัดสินใจซื้อได้สบายๆ อุ่นใจเมื่อต้องนอนโรงพยาบาลก็เลือกห้องพักที่พอใจได้สบายๆ)
ประกันสุขภาพ
ประกันโรคร้ายแรง
>>ความต้องการของตัวเอง เช่น ต้องการเน้นค่ารักษา ,ต้องการวงเงินสูง,ต้องการความคุ้มครองครอบครัว
>>วงเงินความคุ้มครอง ควรพิจารณาให้เหมาะสมกับ: อายุ รายได้ ความเสี่ยงของอาชีพ รูปแบบชีวิต เป็นต้น
>>เงื่อนไขของกรมธรรม์ ควรศึกษา: ข้อยกเว้น ระยะเวลารอคอย เงื่อนไขการเคลม โรคที่ไม่คุ้มครอง