ประกันกลุ่ม

บริษัทขนาดเล็กที่มีพนักงานไม่ถึง 20 คนทำประกันชีวิตกลุ่มได้ไหม
ได้ แม้จะมีพนักงานไม่ถึง 20 คน เมืองไทยประกันชีวิตมีประกันกลุ่มแพ็กเกจ Small Group ที่เริ่มต้นตั้งแต่ 5-10 คนก็สามารถทำได้ รวมถึง Housekeeping Package สำหรับพนักงานกลุ่มเล็กหรือพนักงานแม่บ้าน ซึ่งมีเงื่อนไขยืดหยุ่นและเบี้ยประกันเหมาะสมกับ SME เบี้ยประกันกลุ่มจะถูกลงเมื่อมีจำนวนพนักงานมากขึ้น
อยากทำประกันชีวิตกลุ่มให้พนักงาน เพื่อนำไปลดหย่อนภาษีนิติบุคคล

ได้

ค่าเบี้ยประกันชีวิตกลุ่มที่บริษัทจ่ายให้พนักงานถือเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ สามารถหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ 100% ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร โดยไม่ถือเป็นเงินได้พึงประเมินของพนักงาน ช่วยลดภาษีนิติบุคคลได้พร้อมสร้างสวัสดิการที่ดีให้พนักงาน ควรเก็บเอกสารและใบเสร็จไว้เป็นหลักฐาน

ประกันชีวิตกลุ่ม เหมาะกับบริษัทแบบไหน
เหมาะกับทุกขนาดธุรกิจ
1. SME/Startup ที่ต้องการสวัสดิการดีๆ ดึงดูดพนักงานแต่งบจำกัด
2. บริษัทขนาดกลาง-ใหญ่ที่ต้องการสร้าง Employee Engagement
3. ธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง เช่น โรงงาน ก่อสร้าง โลจิสติกส์
4. บริษัทที่ต้องการลดภาษีนิติบุคคล
5. ธุรกิจที่มี turnover สูงต้องการรักษาพนักงาน
6. ร้านค้าที่ต้องการดูแลพนักงาน part-time หรือรายวัน
คุณสมบัติสำคัญของประกันชีวิตกลุ่ม
1. ไม่ต้องตรวจสุขภาพหรือเงื่อนไขง่าย 
2. เบี้ยประกันถูกกว่าประกันรายบุคคล 
3. รับประกันได้ทุกคนในกลุ่มไม่เลือกปฏิบัติ 
4. สามารถปรับเปลี่ยนความคุ้มครองได้ตามจำนวนพนักงาน 
5. นายจ้างสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 
6. มีความยืดหยุ่นในการออกแบบแผนตามงบประมาณ 
7. ดูแลจัดการโดยนายจ้างเพียงรายเดียว
ตัวอย่างการใช้งานของประกันชีวิตกลุ่ม
1. บริษัท IT 50 คน ทำประกันสุขภาพกลุ่มพนักงานครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล OPD/IPD 
2. โรงงาน 200 คน ทำประกันอุบัติเหตุกลุ่มเพราะงานมีความเสี่ยง 
3. Startup 15 คน ทำประกันชีวิตกลุ่มพื้นฐานเพื่อดึงดูดพนักงาน 
4. ร้านอาหาร 30 คน ทำ Housekeeping Package ให้พนักงานครัวและแม่บ้าน  ทั้งประกันสุขภาพกลุ่มพนักงานและประกันอุบัติเหตุกลุ่ม
5. บริษัทขนาดใหญ่ 500 คน ทำแผนครอบคลุมโรคร้ายแรงและทันตกรรม
ซื้อประกันชีวิตกลุ่ม ต้องดูอะไรบ้าง
1. จำนวนพนักงานและโครงสร้างองค์กร 
2. งบประมาณสวัสดิการที่มี 
3. ความต้องการความคุ้มครอง (ชีวิต/สุขภาพ/อุบัติเหตุ/โรคร้ายแรง)
4. อายุเฉลี่ยและลักษณะงานของพนักงาน 
5. เงื่อนไข Waiting Period และ Pre-existing Condition
6. เครือข่ายโรงพยาบาลและการเคลม 
7. ความยืดหยุ่นในการปรับแผน
ข้อดีของประกันชีวิตกลุ่ม
1. ให้ความอุ่นใจแก่ครอบครัวพนักงาน 
2. เบี้ยประกันต่ำกว่าประกันรายบุคคลมาก 
3. ไม่ต้องกรอกแบบสอบถามสุขภาพยุ่งยาก 
4. คุ้มครองครอบคลุมกว่าแผนพื้นฐานที่คุ้มครองเฉพาะอุบัติเหตุ 
5. สร้างความมั่นใจให้พนักงานและครอบครัว 
6. เหมาะกับพนักงานทุกวัยและสุขภาพ 
7. ช่วยลดความกังวลเรื่องภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว
สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนซื้อประกันชีวิตกลุ่ม
1. วงเงินความคุ้มครองเพียงพอหรือไม่ 
2. ครอบคลุมพนักงานทุกคนหรือมีเงื่อนไข 
3. มี Waiting Period กี่วัน 
4. โรคที่มีมาก่อนคุ้มครองหรือไม่ 
5. ระยะเวลาสัญญา 1 ปีหรือมากกว่า 
6. ขั้นตอนการเคลมและเอกสารที่ต้องใช้ 
7. กรณีพนักงานลาออกจะมีสิทธิ์แปลงกรมธรรม์หรือไม่ 
8. ค่าเบี้ยประกันกลุ่มปรับเพิ่มทุกปีหรือคงที่ 
9. มีบริการเสริมอะไรบ้าง
ข้อโต้แย้งของประกันชีวิตกลุ่มมีอะไรบ้าง
1. ความคุ้มครองสิ้นสุดเมื่อลาออกหรือเกษียณ 
2. ไม่มีเงินคืนเหมือนประกันแบบออมทรัพย์ 
3. วงเงินคุ้มครองอาจไม่สูงเท่าความต้องการ 
4. ต้องพึ่งพานายจ้างในการบริหารจัดการ 
5. เบี้ยประกันกลุ่มบริษัทอาจปรับเพิ่มทุกปี 
6. Waiting Period อาจนานสำหรับบางโรค 
7. เงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงเมื่อต่ออายุกรมธรรม์
ประกันชีวิตกลุ่มมีแบบได้ผลตอบแทนระหว่างทางหรือมีเงินคืนหรือไม่
ส่วนใหญ่ประกันชีวิตกลุ่มเป็นแบบ Non-Savings ไม่มีเงินคืนหรือผลตอบแทน เน้นให้ความคุ้มครองเพียงอย่างเดียว ทำให้เบี้ยประกันถูก แต่บางบริษัทมีแผน Group Savings หรือ Group Endowment ที่มีเงินคืนเมื่อครบกำหนด แต่เบี้ยประกันจะสูงกว่า เหมาะกับบริษัทที่ต้องการสร้างสวัสดิการระยะยาว
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy